Link velocity & Idea from Google patent

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องของ Back ground of Link Velocity ว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับ SEO  ยังไงและ Link Velocity คืออะไร

ก่อนอื่นเลย เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าตัวของ Link Velocity นั้นคืออะไร

บอกเลย คำว่า “link velocity” นั้นเป็นคำที่คนทำ seo (seo community) นั้นสร้างคำนี้ขึ้นมาโดยให้คำอธิบายว่า “Link velocity คือความเร็วในการเพิ่มจำนวนของลิงค์เข้าสู่หน้า url หรือเว็บไซต์ที่ต้องการดันอันดับ หรืออัตราการเติบโตของลิงค์ในแต่ละช่วงเวลา” ซึ่งการพัฒนาทางด้านลิงค์นั้นสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพได้หลากหลายมิติที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านที่เกิดผลลัพธ์ที่ดีและไม่ดี

ทำไมเราควรสนใจด้าน link velocity

เพราะหลากหลายคนเชื่อว่า ความเร็วในการพัฒนาหรือเพิ่มลิงค์นั้น สามารถสื่อถึงคุณภาพของลิงค์ที่ส่งผลต่อ metric ในการประมวลผลต่อการพัฒนาอันดับได้ ซึ่งหากมีการทำลิงค์อย่างมีประสิทธิภาพส่วนนี้สามารถเพิ่มโอกาสในการพัฒนาอันดับได้ดี แต่ทีนี้หลักการในการพัฒนาลิงค์ของแต่ละคนอาจมีแนวทางที่ต่างกัน 

เรามาดูกันดีกว่าว่า จริงๆแล้วนั้น อัตราการทำลิงค์ที่อิงมาจากสิทธิบัตรของ google จะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ทั้งนั้น thaidaily seo โดยส่วนตัวแล้ว มองว่า ใช่ว่าจะสามารถเกิดผลลัพธ์ได้ทุกกรณี  ปัจจัยที่ต้องมี onpage seo ให้ดีก่อน แล้วค่อยมาปรับด้าน backlink กันโดยอิงจากการประเมินคุณภาพลิงค์ และการทำลิงค์ของคู่แข่ง 

จากการที่ได้ศึกษาดูภาพรวมแนวทางและการวิจารณ์ต่างๆในวงการ seo ด้านข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับ link velocity  จะมีประเด็นหลักๆคือ

1.การพัฒนาลิงค์ให้ต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับการทำลิงค์นั้น หากมีการพัฒนา link อย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับการทำลิงค์แบบไม่ต่อเนื่อง เพราะส่วนนี้สามารถส่งผล score ที่ Google ใช้คำนวณในการจัด metric ได้ เช่น 

รูปแบบที่ 1 การทำลิงค์ที่อย่างไม่ต่อเนื่อง

 ขอบคุณภาพจาก reddyseo.com

จะเห็นได้ว่าจากกราฟนั้นการเพิ่มจำนวนลิงค์ในช่วงแรกนั้นมีจำนวนที่ค่อนข้างสูง แล้วช่วงต่อมามีจำนวนลิงค์ที่ลดลงอย่างชัดเจน

รูปแบบที่  2 การทำลิงค์อย่างต่อเนื่อง

 ขอบคุณภาพจาก reddyseo.com

โดยรูปที่ 2 นั้นจะเห็นได้ว่า การเพิ่มของจำนวนลิงค์ที่ต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาแล้วเป็นทำที่สม่ำเสมอ ไม่ได้เป็นการอัดลิงค์ หรือลิงค์วันเดียวทีเดียวในจำนวนที่มากๆ

ซึ่งการทำลิงค์ในรูปแบบที่ 2 นั้นสามารถช่วยให้ Google จัด metric  ด้าน score ได้ดีว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบที่1  โดยมีคำอธิบายที่อ้างอิงจาก patent ของ google:  Information retrieval based on historical data ที่ทาง Google  ลงรายละเอียดไว้นั้นให้ความสำคัญเกี่ยวกับจำนวนของลิงค์ในแต่ละช่วงเวลา โดยบอกว่าการมีจำนวนลิงค์ที่เข้ามาในอัตราที่สูงนั้น เป็นสัญญานสื่อถึงรูปแบบสแปมลิงค์ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการให้คะแนนในการวิเคราะห์คุณภาพได้ (ซึ่งส่วนนี้ทาง Google ใช้คำว่า spiky rate of growth in the number of back links ในการอธิบายเรือ่งจำนวนของลิงค์แทน)

While a spiky rate of growth in the number of backlinks may be a factor used by search engine 125 to score documents, it may also signal an attempt to spam search engine 125. Accordingly, in this situation, search engine 125 may actually lower the score of a document(s) to reduce the effect of spamming.

2.ลิงค์มาจากบทความใหม่หรือเก่า ให้ค่าที่แตกต่างกัน

ได้รับ backlink จากบทความที่ใหม่กว่า สามารถช่วยด้านประสิทธิภาพในการให้คะแนนประมวลผลได้ดีกว่าลิงค์จากบทความเก่า หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า Google ชอบให้เว็บไซต์มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น metric ในการประมวลผลด้านคะแนนสำหรับเว็บไซต์ใหม่ย่อมมีคะแนนที่มากกว่า :ซึ่งการได้รับลิงค์จาก website ที่มีค่า metric ที่ดีนั้นส่วนนี้คงเกิดผลดีทั้งเว็บไซต์ที่พัฒนาคอนเทนต์และผู้ที่ได้รับลิงค์จากเว็บไซต์นั้นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาของเรา 

ใน patent ชุดเดิมของ Google นั้นมีการพูดถึงว่าเรื่องของความสดใหม่ของบททความ มาในการวิเคราะห์ด้านคะแนนเพิ่มเติมอีกด้วย  ซึ่ง Google ได้ยกให้เห็นส่วนหนึ่งว่าความสดใหม่และวันที่ของบทความ สะท้อนให้เห็นถึงการนำมาพิจารณาด้านคะแนนทางด้านbacklink อีกด้วย 

By analyzing the change in the number or rate of increase? decrease of backlinks to a document (or page) over time, search engine 125 may derive a valuable signal of how fresh the document is.

The metric may be scaled appropriately. In another exemplary implementation, the metric may be modified by performing a relatively more detailed analysis of the distribution of link dates

การวิเคราะห์และตีความของ patent ชุดนี้ที่เจาะจงมาแค่สองข้อ เพื่อที่ต้องการแชร์ให้เห็นถึงแนวทางบางส่วนที่ Google นำมาวิเคราะห์ในการพิจารณาคุณภาพด้าน link velocity กับเว็บไซต์

สุดท้ายนี้ สิทธิบัตรฉบับนี้จะมีอายุค่อนข้างมากที่เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2008 แต่ทางเราอยากแชร์ไอเดียให้เห็นว่า Google มีการพัฒนาอย่างไร ซึ่งปัจจุบันบาง metric อาจมีการมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างน้อยจะทำให้คุณได้เห็นหลักการมากขึ้นในการที่ Google ใช้ในการประเมินเว็บไซต์ต่าง ทางเราคิดว่าการที่เข้าใจมุมมองอะไรบางส่วนที่เกียวกับรายละเอียดฉบับนี้ บางทีสามารถนำไปประยุกต์หรืออิงในการต่อยอดการดำเนินการทางด้าน seo ของแต่ละคนในมุมมองที่แตกต่างกันไปได้เช่นกัน

ทริคเล็กทางด้าน   link velocity  จาก Reddyseo.com

แนวคิดนี้ทาง reddyseo ให้เหตุผลว่า “เนื่องจากไม่มี metric ใดๆในการวัดทางด้าน link velocity ได้นั้น ทาง readdyseo จึงสร้างสูตรในการวิเคระห์ส่วนนี้ขึ้นมาเอง โดยได้แจ้งเพิ่มเติมอีกว่าส่วนนี้อาจจะไม่สามารถเกิดผลได้ทุกเคสนะครับ”

(ทาง thaidaily seo ยังไม่เคยทำการวิเคราะห์รูปแบบนี้ว่าเกิดผลลัพธ์อย่างไร หากใครลองแล้วสามารถทักมาบอกกันได้นะครับว่าเกิดผลไหม ^^)


โดยหลักของสูตรนีั้นั้น คุณต้องทำการวิเคราะห์ลิงค์ทางด้าน referring domain มาก่อนแล้วมองหาคู่แข่ง 5 อันดับแรกของคุณที่มี reffering domian มากกว่าเว็บไซต์ของคุณมากกว่า 40 -60 % เป็นต้นไป

ยกตัวอย่างเช่น 

คุณมี reffering domains = 53 , มี backlink 856 ลิงค์ 

และจากการที่ได้ทำการวิเคราะห์คู่แข่ง 5 อันดับแรกของคุณแล้ว ได้ค่าดังต่อไปนี้

คู่แข่งที่ 1:

มี referring domains = 94

คู่แข่งที่ 2:

มี  referring domains = 120

คู่แข่งที่3:

มี  referring domains = 156

คู่แข่งที่ 4:

Existing referring domains = 109

คู่แข่งที่ 5:

มี  referring domains = 82

ดังนั้น link velocity =  ( 94+120+156+109+82 )/5 = 516/5

คุณต้องทำลิงค์ 112 ต่อเดือน

Ref: https://patentimages.storage.googleapis.com/1e/61/4f/63eb7138ae3066/US7346839.pdf

https://www.reddyseo.com/what-is-link-velocity-in-seo-and-how-to-calculate-link-velocity/