Google ได้ประกาศ Head of Search คนใหม่

เมื่อช่วงต้นเดือนมิย ที่ผ่านมานั้นทาง Google ได้ประกาศ Head of Search คนใหม่ เขาคนนั้นคือ  “Prabhakar Raghavan” ซึ่งจะเป็นผู้สารต่อแนวทางการออกแบบปรับปรุงและพัฒนาด้านการค้นหาใน Google ให้ดีขึ้น

ซึ่งคุณ Raghavan นั้นต้องบอกเลยว่า เรื่องการศึกษาถือได้ว่ามีความสนใจทางด้าน อัลกอรึทึมอย่างชัดเจน เขาจบปริญญาเอกทางด้านวิศวะไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Electrical Engineering  and Computer Science )จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา U.C. Berkeley และนอกจากนั้นยังเป็น นักวิจัยทางด้านอัลกอรึทึม การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ ข้อมูลทางด้าน database รวมถึงเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนยอดนิยมที่เกี่ยวเนื่องกับด้านอัลกอรึทึมและการค้นหาในโลกอินเตอร์เน็ต “Randomized Algorithms and Introduction to Information Retrieval” พร้อมทั้งเคยเป็นผู้ก่อตั้ง Yahoo Lab  และดำเนินงานทางด้านการดูแลการค้นหาบนเว็บไซต์กับทาง Yahoo มาแล้วอีกด้วย บอกมาแค่นี้ก็คงเห็นชัดแล้วว่า คนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

Thaidaily SEO พามาดูกันดีกว่าว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะเกิดผลกระทบต่ออะไรบ้าง โดยเฉพาะทางด้าน SEO หรือด้าน Online Marketing 

ซึ่งจากรายงานของทางด้าน Search Engine Journal  รายงานว่าในช่วงที่ Raghava อยู่กับทางด้าน Yahoo Labs ณ เวลานั้น มีการวิจัยและพัฒนาทางด้าน Trustrank ซึ่งเป็นรูปแบบการประมวลผล เพื่อบอกว่าเว็บไซต์ไหนมีความน่าเชื่อถือในด้านข้อมูล หรือเหมาะสมต่อการจัดอันดับต่างๆอย่างไร และยังมีการวิจัยทางด้านพฤติกรรมของผู้ค้นหาว่ามีการใช้งานการค้นหาข้อมูลอย่างไรในเว็บไซต์นั้นๆอีกด้วย  

โดยในแต่ละช่วงชีวิตของ Prabhakar Raghavan นั้นต้องบอกเลยว่าให้ความสนใจกับการทำงานของทางด้าน Search Engine เป็นอย่างมาก โดยแต่ละงานวิจัยนั้นมุ่งเน้นการหาคำตอบต่อพฤติกรรมการแสดงข้อมูลต่างๆให้เหมาะสมต่อการค้นหา

โดยขอยกมาอธิบายบางส่วนว่าคุณ Raghavan นั้นมีการวิจัยอะไรบ้าง

ในปี 2000 ทำการวิจัย“Graph structure in the web ” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ต้องการหาความเชื่อมโยงในด้านการ crawling และการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในโลกอินเตอร์เน็ต และการเชื่อมต่อของลิงค์(link) นำไปสู่การเจอข้อมูลต่าง การวิเคราะห์อัลกอริทึม รวมถึงการคาดคะเนข้อมูลโดยใช้รูปแบบการส่งลิงค์เข้ามา(in-link) และส่งออกไป(out-link) ในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆมาทำการประมวลผล

ปี 2008 ได้เป็นผู้ร่วมแต่งหนังสือ Introduction to Information Retrieval 

โดยหนังสือเล่มนี้ได้ถือว่าเป็นหนังสือที่ครบเครื่องเกี่ยวกับการทำงานของระบบ search engine และถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีสำหรับในการหาคำอธิบายเกี่ยวกับความสงสัยหรือเรื่องเข้าใจผิดต่างๆด้าน seo  ให้ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

ในปี 2011 “Optimizing Two-Dimensional Search Results Presentation ” ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้พูดถึงด้านผู้ค้นหามีการสแกนหรือหาข้อมูลผ่านเว็บเพจนั้น โดยเน้นเจาะจงด้านการแสดงผลของรูปภาพหรือสินค้าเป็นหลัก ซึ่งหลักทั่วไป ณ เวลานั้น การคำนวณด้านอันดับจะมีคะแนนโดยให้คะแนนจาก metric (the discounted cumulative gain (DCG) and the rank-biased precision (RBP)) โดยเรียงลำดับตามแนวบนลงล่างเพื่อช่วยในการจัดอันดับให้เหมาะสม แต่ตามการวิจัยชิ้นนี้ คนเรามีการมองหาข้อมูลนั้นจะเป็นรูปแบบการมองคล้ายๆสามเหลี่ยม ซึ่งส่วนนี้เองอาจทำให้การวางแผนการพัฒนาด้าน layout ใน SERP (หน้าแสดงผลการค้นหาของ Google) อาจมีการปรับการเรียงข้อมูลเพื่อการแสดงผล ให้เหมาะสมต่อพฤติกรรมหรือตาของเรามากยิ่งขึ้นในการแสดงข้อมูลที่ดีที่สุดจากการเรียงลำดับอย่างเหมาะสม

ในปี 2012 เขาได้ทำการค้นคว้าและวิจัย Are Web Users Really Markovian? 

ทางด้านพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลต่อเนื่องบนโลกอินเตอร์เน็ต “user’s next action” ซึ่งในรายงานนี้แสดงให้เห็นว่าพฤติการการดำเนินการต่อ(ในที่นี้คือการคลิกต่อๆไป)นั้นมาจากพฤติกรรม ณ เวลานั้น ไม่ได้หมายถึงการมองหาข้อมูลในอดีต นอกจากนั้นเขายังตั้งคำถามเกี่ยวกับ Page rank ว่าสนับสนุนต่อพฤติกรรมของผู้ค้นหาข้อมูลได้ดีขึ้นหรือไม่   

ซึ่งการที่เราเห็นผลงานบางส่วนนี้ของทาง head of search คนใหม่ อาจพอทำให้เราเห็นภาพว่า Google จะมีทิศทางไปอย่างไรต่อไป

โดยในส่วนตัวของ thaidaily SEO เองคาดว่าการพัฒนาด้าน SEO หลังจากนี้

เน้นด้านพฤติกรรมให้เหมาะสมกับผู้ค้นหามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัด layout สำหรับการแสดงผลด้านต่างๆ ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลต่างๆใน Google ให้เหมาะสมที่สุด

เน้นเข้าใจพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลมากขึ้นสำหรับการแสดงผลในครั้งต่อไป ระบบGoogle อาจจะให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมการค้นหาและออกแบบพัฒนาให้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์ในรูปแบบ Markovian model ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรม ณ ตำแหน่งปัจจุบันก่อนจะไปสู่การคลิกในลำดับถัดไป โดยไม่คำนึงถึงอดีตก่อนหน้านี้ เพื่อแสดงข้อมูลมาให้ดีที่สุดหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้หากมีการเข้าใจบริบทมากขึ้นอาจนำไปสู่การแสดงผลได้อย่างเจาะจงตามความต้องการของรายบุคคลเลยหรือไม่

ที่สำคัญด้าน Link analysis (การวิเคราะห์คุณภาพลิงค์) ซึ่งจากการอ่านรายงานวิจัยของเขานั้นเห็นได้ว่าให้ความสำคัญเกี่ยวกับสแปมลิงค์และ การหา metric ลิงค์คุณภาพอย่างเหมาะสม โดยไม่มองแต่จำนวนหรือปริมาณของลิงค์ในการออกแบบอัลกอริทึม ซึ่งส่วนนี้อาจมีการพัฒนาที่ลึกซึ้งกว่าเดิมอีกหรือไม่นั้น เราคงต้องรอชมกันต่อไป  โดยเฉพาะทฤษฏีด้าน Markov chains (ซึ่งเน้นการหาความสัมพันธ์ในแต่ละส่วนโดยการสุ่ม)เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและหาความเชื่อมโยงกัน และการให้คะแนนเพื่อจัดอันดับอย่างเหมาะสม

แต่ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ เราคงทำได้แค่รอติดตามกันต่อไปว่าแนวทางการพัฒนาของ Raghavan  นั้นจะเน้นตามแนวทางที่เขาต้องการมาตลอดหรือไม่ โดยเฉพาะด้านการออกแบบให้ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ค้นหา” หรือจะมีแนวการทำ SEO รูปแบบใหม่ในอนาคตก็เป็นได้

https://www.searchenginejournal.com/prabhakar-raghavan/371570/

https://dl.acm.org/doi/pdf/10.1145/2187836.2187919

fhttp://snap.stanford.edu/class/cs224w-readings/broder00bowtie.pdf

https://nlp.stanford.edu/IR-book/pdf/21link.pd

https://research.google/people/PrabhakarRaghavan/